บทบรรณาธิการ
CORE NEWS TODAY
by PAT R.
โลกธุรกิจกำลังเปลี่ยนแกนกลาง ขั้วอำนาจเศรษฐกิจเดิมเริ่มชะลอตัวลง และเม็ดเงินลงทุนมหาศาลกำลังไหลไปสู่สมรภูมิใหม่ นี่คือสัญญาณเตือนและโอกาสทองที่ผู้ประกอบการไทยต้องรู้ เพื่อปรับทิศทางธุรกิจให้รอดและรุ่ง
2 ขั้วอำนาจใหม่ที่กำลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก
1. Emerging Markets (ตลาดเกิดใหม่) : ปัจจุบันกลุ่มตลาดเกิดใหม่ครองสัดส่วนการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกไปแล้วกว่า 60% การเติบโตอย่างรวดเร็วของชนชั้นกลางในภูมิภาคที่มีกลุ่มตลาดเกิดใหม่เหล่านี้ หมายถึงกำลังซื้อและอุปสงค์ใหม่ๆ มหาศาลที่กำลังเปิดกว้างในตลาด
2. CleanTech (เทคโนโลยีสะอาด) : เม็ดเงินลงทุนในพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยีสะอาดพุ่งสูงขึ้นถึง 15% กฎระเบียบความยั่งยืน (Sustainability) บนเวทีการค้าโลกเข้มงวดขึ้นในทุกมิติ บีบให้ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ทั่วโลกต้องเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานสะอาด
ผู้อ่าน (ผู้ประกอบการ/นักลงทุน) ได้อะไรจากเรื่องนี้?
เพื่อไม่ให้เสียเปรียบในการแข่งขัน นี่คือ 3 สิ่งที่คุณต้องนำไปปรับใช้กับธุรกิจตั้งแต่วันนี้
• หาตลาดใหม่ แทนที่การจมอยู่กับตลาดเดิม: เมื่อทุนโลกไหลไปยังภูมิภาคใหม่ การแข่งขันในตลาดเดิมจะยิ่งดุเดือดขึ้น ผู้ประกอบการควรเริ่มมองหาช่องทางขยายฐานลูกค้า ส่งออกสินค้า หรือใช้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเจาะเข้าไปยังกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ที่มีกำลังซื้อเติบโต
• ปรับการผลิตให้ “รักษ์โลก” เพื่อหนีการถูกกีดกันทางการค้า: หากคุณอยู่ในสายการผลิตหรือส่งออก การเพิกเฉยหรือปรับตัวลดคาร์บอนล่าช้า มีความเสี่ยงสูงมากที่จะถูกกีดกันทางการค้าในอนาคตอันใกล้
• พลิกต้นทุนให้เป็นโอกาสเข้าถึง “เงินทุนสีเขียว” (Green Finance): การปรับปรุงกระบวนการผลิตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแม้อาจทำให้ต้นทุนสูงขึ้น แต่นี่คือช่องทางสำคัญในการต่อยอดสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์รักษ์โลก และเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนใหม่ๆ ที่เปิดกว้างมากขึ้น รวมถึงสามารถเพิ่มมูลค่ามหาศาลให้กับแบรนด์ที่แสดงความโปร่งใสเรื่อง ESG ได้อีกด้วย
ดังนั้นยุคนี้ การปรับโมเดลธุรกิจให้สอดรับกับกฎเกณฑ์ด้านความยั่งยืน จึงไม่ใช่กิมมิกเพื่อการทำประชาสัมพันธ์สร้างภาพลักษณ์ที่ดีอีกต่อไป แต่นี่คือ “ใบเบิกทาง” เล่มสำคัญที่จะเป็นตัวกำหนดว่า ธุรกิจของคุณจะสามารถแข่งขันและอยู่รอดได้แข็งแกร่งเพียงใดในเวทีโลก


